กำเนิดตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล

กำเนิดตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล

กำเนิดตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล เมื่อตัวสำรองนั้น เริ่มมีความสำคัญมากกว่าแค่ลงไปแทนผู้เล่นบาดเจ็บ ตำแหน่งของตัวสำรอง จึงได้ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรก แทงบอลโลก 2022 บนโลกลูกหนัง กับสโมสรอย่าง เอเอฟซี วิมเบิลดัน ซึ่งในระดับลีกวัน ของอังกฤษ ด้วยความหวังที่จะพัฒนาตัวเปลี่ยน เกมเหล่านั้น ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

กำเนิดตัวสำรอง ในเกมกีฬาฟุตบอล

ต้นกำเนิด ที่มาตัวสำรอง

ย้อนกลับไปในยุค 1850 ตั้งแต่การแข่งขันฟุตบอล ยังคงอยู่แค่ระดับโรงเรียน มีทีมวิทยาลัยอีตัน (Eton College) ได้กลายเป็นสโมสรแรก ในประวัติศาสตร์ ที่ได้ใช้งานตัวสำรอง บนโลกของลูกหนัง

นิยามของตัวสำรองในยุคดังกล่าว นั่นคือการแทนผู้เล่นตัวจริง ที่ไม่มาปรากฎตัวในสนาม จนต้องหาคนอื่นมาลงเล่น เพื่อให้ครบ 11 คน และต้องรอจนถึงเกมทีมชาติ เมื่อปี 1889 จึงจะมีการใช้งานตัวสำรอง แบบที่เรารู้จักกันเป็นครั้งแรกบนโลกในปัจจุบัน

ที่ไม่มาปรากฏตัว ที่สนามแข่งขัน ส่งผลให้ อัลฟ์ พิว (Alf Pugh) โกล นั้นได้สมัครเล่นโดยบังเอิญ ได้ลงแข่งอยู่แถวนั้นพอดี เขาได้มายืนเฝ้าเสาให้แทนในช่วง 20 นาทีแรก ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวกับ แซม กิลลัม (Sam Gillam) คือนายด่านมืออาชีพจากทีม เร็กซ์แฮม ซึ่งทั้งคู่ก็สามารถเก็บคลีนชีทไว้ได้ ในเกม ที่ได้จบลงด้วยผลสกอร์ 0-0

แต่พอหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ก็ยังไม่มีกฎแบบชัดเจน ที่ให้อนุญาตเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ ไม่ว่าจะระดับทีมชาติ หรือสโมสรเองก็ตาม นั่นแปลว่าถ้ามีนักเตะบาดเจ็บในสนามอีก สโมสรนั้นต้องตัดสินใจแล้ว ว่าจะฝืนให้เขาเล่นต่อ หรือยอมเหลือ 10 คน ไปโดยปริยายนั่นเอง

ต่อมาต้องรอถึงในปี 1958 ที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ได้อนุญาตให้มีการเปลี่ยนตัวระหว่างเกม ได้อย่างเป็นทางการ และเริ่มต้นในฤดูกาล 1965/66 และสำหรับฟุตบอลลีกอังกฤษ ซึ่งมีตัวสำรองข้างสนามอยู่เพียงแค่ 1 คน ซึ่งสามารถเปลี่ยนตัวได้ แค่ในกรณีตัวจริงบาดเจ็บเท่านั้น ก่อนที่กฎดังกล่าวนั้น จะถูกผ่อนผันลงไปในอีก 2 ฤดูกาลให้หลัง

ซึ่งจำนวนของตัวสำรองข้างสนามนั้น ถูกเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จากแค่ 1 คน ในข้างสนาม ก็เพิ่มมาเป็นเปลี่ยนได้ 2 จาก 5 คนในปี 1988 ตามด้วย 2+1 (ในกรณีที่ผู้รักษาประตูนั้นบาดเจ็บ) จาก 7 คน และปิดท้ายด้วยที่ 3 จาก 7 คน แบบที่เราคุ้นตากันเมื่อปี 1995 ก่อนที่จะมีรายละเอียดปลีกย่อยในปัจจุบัน  ว่าตัวสำรองคนที่สี่ ในช่วงต่อเวลาพิเศษนั้น เปลี่ยนตัวจากอาการบาดเจ็บแบบ Concussion หรือในระหว่างที่โลก กำลังเผชิญกับสถานการณ์ของ covid – 19 หลายรายการ จึงได้ผ่อนปรนให้สามารถเปลี่ยนตัวได้มากถึง 5 คนด้วยกันนั่นเอง

สำรอง เพื่อเปลี่ยนโลก

เราได้รู้จักกับเหล่าตัวสำรอง ผู้ลงมาเปลี่ยนเกมให้กลายเป็นผลดีกันไปแล้ว แต่ว่าในโลกแห่งความจริงนั้น การตัดสินใจเปลี่ยนตัว ก็อาจนำพาผลลัพธ์อันไม่น่าจำมาสู่ทีมได้เช่นกัน

คือ มาร์ค โนเบิล ถูกส่งลงสนาม เพื่อเป้าหมายเดียวเท่านั้น ยิงจุดโทษใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อให้พาทีมเก็บ 1 แต้มจากทัพปีศาจแดงให้ได้

เช่นกันกับการส่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ จาดอน ซานโช่ ให้ลงไปดวลลูกโทษ ตัดสินกับทีมชาติ อิตาลี แต่เมื่อเกมนัดชิงฟุตบอลยูโรปี 2020 ทั้งสามคนยิงจุดโทษไม่เข้า นั่นจึงกลายเป็นจังหวะที่ถูกกล่าวขานกัน อยู่สักพักใหญ่เลยทีเดียวนั่นเอง

งานแรกของโลกที่น่าจดจำ

เอเอฟซี วิมเบิลดัน อาจไม่ใช่ทีมที่มีผลงานโด่งดัง หรือฐานแฟนบอลหนาตามากนัก แต่สิ่งที่พวกเขามีอยู่ มีเพียงแค่สโมสรเดียวในโลก นั่นคือการมีโค้ชที่ดูแลการกลับเข้าสู่เกม เช่น ในจังหวะเตะจากประตู หรือลูกทุ่ม หรือช็อตฟาวล์ นักเตะจะต้องเริ่มกันอย่างไร และโค้ชตัวสำรองนี่แหละ

แต่จริงอยู่ที่ ลิเวอร์พลู เคยเปิดตัวโค้ชทุ่มไปแล้ว ซึ่งหน้าที่ของเจ้าตัวนั้น ก็ชัดเจนมาก ว่าดูแลเทคนิคการทุ่มไกล และต้องทุ่มอย่างไร ให้ฝ่ายครองบอลได้เปรียบ แต่กับการดูแลตัวสำรอง ที่เปลี่ยนไปในทุกเกมการแข่งขันแบบนี้นั้น โค้ชจะต้องทำอย่างไรกันบ้าง

และสิ่งที่แตกต่างจากทีมทั่วไป เป็นอย่างแรก คือผู้เล่นตัวสำรองเหล่านี้นั้น จะไม่เข้าไปในอุโมงค์ห้องแต่งตัว ระหว่างช่วงพักครึ่ง เขาจะอยู่เพื่อฟังแผนหรือแก้เกมจากผู้จัดการทีม จะอยู่ซ้อมบนสนามหญ้าจริงตลอดทั้งช่วง 15 นาทีนี้เอง

แน่นอนเลยว่าบนผืนหญ้าสีเขียวนั้น และลูกบอลกลม ๆ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา และยิ่งเมื่อตัวสำรอง กำลังได้รับบูสต์เพิ่มมา จากการเตรียมพร้อม ทั้งร่างกายกับข้อมูลด้วยแล้วนั้น ก็คงไม่นานเกินรอ ที่เราจะได้เห็นบรรดา ซูเปอร์ซัพ ที่อยู่ข้างสนาม ก้าวขึ้นมาเป็น ตัวปิดเกม กันมากขึ้นอย่างแน่นอนทีเดียว

อ่านบทความเพิ่มเติมต่อได้ที่นี่

เปิด 10 อันดับอดีตเจ้าภาพบอลโลก ต้องไปเยือนสักครั้ง